Knowledge บทความให้ความรู้

เครื่องทำความสะอาดที่นอน หรือเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดี ดูยังไง?

เดี๋ยวนี้เราได้เห็นโฆษณามากมายมหาศาล ถาโถมเข้ามาเกี่ยวกับเครื่องดูดไรฝุ่น หรือเครื่องกำจัดไรฝุ่น ซึ่งกลายมาเป็นเทรนในยุคปัจจุบันที่ผู้บริโภคหันมาตระหนักและใส่ใจมากขึ้น เกี่ยวกับการทำความสะอาดที่นอนและเครื่องทำความสะอาดที่นอน แต่อาจจะเป็นคำถามที่ใครหลายคนยังมีคำถามอยู่ในใจว่า เครื่องทำความสะอาดที่นอนแบบไหนดี เครื่องทำความสะอาดที่นอนแบบไหนไม่ดี มีราคาตั้งแต่หลักพันต้นๆ – หลักหลายๆหมื่น จนถึงเกือบแสนเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับในการดูกันค่ะ ว่าเครื่องดูดฝุ่นที่นอนแบบไหน มีประสิทธิภาพจริง เครื่องดูดฝุ่นที่นอนแบบไหน มีประสิทธิภาพไม่ถึงกับที่คุยไว้ในโฆษณา

1 กำลังดูดของเครื่องกำจัดไรฝุ่น

เครื่องกำจัดไรฝุ่น หรือเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดี ควรมีกำลังหมุนของมอเตอร์ที่มากกว่า 2หมื่นรอบ/นาทีเป็นต้นไป (20,000+ RPM) ยิ่งเยอะยิ่งดี โดยทั่วไปเครื่องดูดฝุ่นที่นอนที่ใช้มอเตอร์ลักษณะนี้จะมีขนาดกลาง-ใหญ่ เพราะไม่สามารถ นำไปบรรจุไว้ในเครื่องที่ขนาดเล็กๆได้ และโดยทั่วไปจะใช้ มอเตอร์ที่ทำมาจากแม่เหล็กไฟฟ้า มิใช้ขดลวดแปรงถ่าน สังเกตุง่ายๆคือ มีกำลังดูดที่แรงมาก และสามารถเปิดใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องปิด 6-8ชั่วโมง ต่างจากเครื่องทั่วไปที่เปิดได้ไม่เกิน 1-2ชั่วโมงเท่านั้น ด้วยกำลังดูดที่มากกว่า ทำให้สามารถขจัดสิ่งสกปรกในที่นอน หรือโซฟาได้มากกว่าเครื่องกำจัดไรฝุ่น หรือเครื่องดูดไรฝุ่นที่ใช้มอเตอร์แบบธรรมดา ถ้าเราใช้เครื่องดูดไรฝุ่นที่นอนที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ทำความสะอาดออกมาได้ไม่หมดจด รังจะทำให้เราป่วย หรือแพ้หนักกว่าเดิม เนื่องจากยังตกค้างอยู่ข้างในที่นอน หรือโซฟา

2 การทำงานของเครื่องดูดไรฝุ่นที่นอน

เครื่องกำจัดไรฝุ่น หรือเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดี เครื่องกำจัดไรฝุ่น หรือเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดี ควรมีการทำงานในลักษณะการตีที่นอนด้วย มิใช่มีกำลังดูดแรงอย่างเดียว เปรียบง่ายๆ เหมือนกับคนสมัยก่อน ที่เวลาทำความสะอาดที่นอน นำที่นอนไปวางผึ่งแดดไว้หน้าบ้าน แล้วใช้ไม้หวายในการตีที่นอน เมื่อเกิดแรงกระทบลงบนพื้นผิวที่มีความหนาเช่นที่นอน และโซฟา จะทำให้สิ่งที่สะสมอยู่ข้างในออกมา เมื่อคู่กับการแรงดูดที่ดีแล้วด้วย จะกระบวนการทำความสะอาดที่นอน ดีมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเครื่องกำจัดไรฝุ่น หรือเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดี ต้องมีการทำงานในลักษณะมีแกนทุบหรือตีพื้นผิวของที่นอนด้วย

3 การกักเก็บเชื้อโรคและฝุ่น ภายในเครื่อง

เครื่องกำจัดไรฝุ่น หรือเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดี ที่สำคัญที่สุด การกักเก็บเชื้อโรคและฝุ่น ภายในเครื่องระหว่างการทำงานควรจะมีการกักเก็บเชื้อโรค ฝุ่น และไรฝุ่นที่ดีด้วยในการทำงาน เรื่องนี้ถ้าให้ผู้บริโภควัดหรือสัมผัสเอง เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ยาก เพราะฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากๆเช่นไรฝุ่น และเชื้อโรค จะไม่มีทางมองเห็นด้วยตาเปล่า ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดูดไรฝุ่นที่นอนที่กักเก็บด้วยถุงฝุ่นธรรมดา เพราะความละเอียดของถุงฝุ่น ไม่สามารถที่จะเก็บฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมากๆได้ ถ้าเป็นเครื่องทำความสะอาดที่นอนลักษณะที่เป็น Filter แนะนำให้มองหาเครื่องที่ใช้ HEPA Filter (ความละเอียด ระดับ 0.3ไมครอนลงไป)

เพราะเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสบางชนิด สามารถมีขนาดเล็กได้ถึง 1ไมครอนเลยทีเดียว ข้อเสียของการใช้ถุงฝุ่นที่ไม่มีความละเอียด ยิ่งใช้จะยิ่งเพิ่มอันตรายให้กับผู้ใช้เข้าไปอีก เนื่องจากสิ่งที่เราดูดไป ก็ยังหลุด ฝุ้งกระจายออกมา และหมุนเวียนอยู่ในห้องเราตลอด หรือทางที่ดี ควรมองหาเครื่องดูดไรฝุ่นที่นอนที่กักเก็บฝุ่นในลักษณะใช้น้ำในการดักฝุ่น เพราะฝุ่นที่โดนน้ำจับ จะไม่มีทางฝุ้งกระจายขึ้นมาใหม่

และที่สำคัญ เราควรดูเครื่องกำจัดไรฝุ่น หรือเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีใบรับประกัน (Certificate) จากที่เชื่อถือได้ จากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่างๆ อันนี้เป็นปัจจัย 3ข้อหลักๆในการเลือกซื้อเครื่องกำจัดไรฝุ่น หรือเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีนะคะ แต่ท้ายที่สุด อยากให้ทุกคนดูปัจจัยหลายๆอย่างด้วย เช่น เรื่องของราคา ประสิทธิภาพ และสำคัญที่สุดคือการใช้งานค่ะ

เพราะปัญหาของใครหลายๆคนจริงๆไม่ใช่เรื่องเงิน กลับกลายเป็นการใช้งานของเครื่องมากกว่า ยิ่งสังคมที่เรามีเวลาน้อยลงทุกวัน ทำให้ใครต่อหลายคนซื้อเครื่องทำความสะอาดที่นอนแสนแพงมาใช้ แต่กลับใช้ได้ไม่เกิน 2-3ครั้ง สุดท้ายวางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ เพราะไม่มีเวลา แบบนี้แนะนำให้ใช้เป็นบริการแทนจะดีกว่าค่ะ^^